2026-07-07 · ข้อมูลท่องเที่ยว

พาน้องหมาน้องแมวไปไต้หวัน 2025: ขั้นตอนเอกสารครบจบ!

รวมข้อมูลการพาน้องหมาน้องแมวจากอเมริกาไปไต้หวัน 2025 แบบละเอียด พร้อมขั้นตอนเอกสารที่ต้องเตรียม 5 อย่าง ครบจบ! อ่านเลย

🍜 เตรียมตัวพาน้องหมาน้องแมวไปไต้หวัน ต้องเริ่มเมื่อไหร่?

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงแบบละเอียดสุดๆ สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะย้ายไปอยู่ไต้หวัน หรืออยากจะพาเจ้าสี่ขาตัวโปรดไปด้วยนะคะ ฟีลเหมือนกำลังจะย้ายบ้านเลยค่ะ แต่การพาน้องหมาน้องแมวไปต่างประเทศเนี่ย เอกสารเยอะมากกกก ต้องวางแผนดีๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะถ้ามาจากประเทศที่ต้องกักกันโรคอย่างอเมริกาเนี่ย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ จากที่ได้อ่านข้อมูลมาและประสบการณ์ตรงนะคะ ถ้าเรากะว่าจะเดินทางไปไต้หวันวันที่ 1 มกราคม 2025 เราต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงกันยายน 2024 เลยค่ะ คือต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 365 วันจนถึง 104 วันก่อนเดินทาง เพื่อทำเอกสารสำคัญอย่างแรกเลยคือการฝังไมโครชิปให้สัตว์เลี้ยงของเราค่ะ ถ้ายังไม่มีต้องรีบทำเลยนะคะ แล้วก็ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วยค่ะ เก็บใบรับรองต้นฉบับไว้ให้ดี แล้วก็สำเนาไว้ใน Google Drive ด้วยนะคะ เผื่อฉุกเฉิน เป็นการป้องกันที่ดีที่สุดเลยค่ะ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 160 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ ฟีลดีตั้งแต่เริ่มเตรียมเลยค่ะ! 🐶🐱

🍣 การตรวจ Titer Test และการขอใบอนุญาตนำเข้า

หลังจากฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และก่อนเดินทาง 90 วัน (สำคัญมาก! ถ้าช้ากว่านี้ น้องอาจจะต้องถูกกักตัวนานขึ้นตามระยะเวลาค่ะ) เราก็ต้องพาน้องไปตรวจเลือดเพื่อหาค่า Titer Test ค่ะ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะผลเลือดนี้จะถูกใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยงด้วยค่ะ เก็บผลตรวจต้นฉบับไว้ให้ดีเหมือนเดิมนะคะ แล้วก็สำเนาลง Google Drive ไว้ให้พร้อมค่ะ ค่าใช้จ่ายสำหรับขั้นตอนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 471 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ แอบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่เพื่อความสบายใจของน้องๆ แล้ว คุ้มค่าแน่นอนค่ะ พอได้ผล Titer Test มาแล้ว ก็ให้รีบดำเนินการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import Pet Permit) ได้เลยค่ะ ควรทำก่อนเดินทางอย่างน้อย 120 วันนะคะ หรือหลังจากได้ผล Titer Test มาแล้วก็รีบเลยค่ะ ระบบออนไลน์ของไต้หวันใช้งานง่ายค่ะ ต้องอัปโหลดใบรับรองการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าและผล Titer Test เข้าไปด้วยค่ะ หากต้องการปรับเปลี่ยนวันเดินทางหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว สามารถทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ นอกจากนี้ ต้องติดต่อสายการบินที่เราจะเดินทางด้วย เพื่อสอบถามเรื่องพื้นที่สำหรับให้น้องเดินทางในช่องเก็บสัมภาระค่ะ บางสายการบินอาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและขนาดด้วยนะคะ ถ้าเป็นไปได้ การจองล่วงหน้าจะช่วยให้เราได้ที่แน่นอนค่ะ ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ก็จะแตกต่างกันไปค่ะ โดยประมาณอาจจะอยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ

🍷 การเตรียมเอกสารสำคัญก่อนเดินทางไปไต้หวัน

มาถึงขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำใกล้ๆ วันเดินทางแล้วค่ะ! ช่วงประมาณ 7-30 วันก่อนเดินทาง เราต้องพาน้องไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพื่อขอ Health Certificate หรือใบรับรองสุขภาพค่ะ อันนี้สำคัญมากกกก! ต้องใช้ฟอร์มที่ถูกต้องจากทางหน่วยงานของอเมริกา (APHIS) โดยเฉพาะฟอร์มสำหรับประเทศที่ ‘ไม่ใช่’ เกาะฮาวายหรือกวมนะคะ อย่าใช้ฟอร์มผิดเด็ดขาด เพราะอาจจะโดนปฏิเสธได้ค่ะ! (มีเพื่อนเจอเคสนี้มาแล้ว เครียดสุดๆ) ต้องตรวจสอบทุกอย่างให้ละเอียดมากๆ ค่ะ รวมถึงสัญลักษณ์พิเศษต่างๆ ที่ต้องใส่ในฟอร์มด้วยนะคะ เช่น เครื่องหมาย ‘>=’ ค่ะ หลังจากสัตวแพทย์ลงนามในใบรับรองสุขภาพแล้ว เราต้องส่งเอกสารนี้ไปให้ APHIS ตรวจสอบและรับรองอีกครั้งค่ะ กระบวนการนี้อาจจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ ดังนั้นต้องเผื่อเวลาให้ดีมากๆ ค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้แผนการเดินทางต้องเลื่อนออกไปได้เลยค่ะ สำหรับค่าใช้จ่ายในการให้น้องเดินทางในช่องเก็บสัมภาระ (Cargo) ของสายการบิน Starlux อยู่ที่ประมาณ 400 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ แต่ถ้าเป็นสายการบิน Alaska ที่ให้น้องเดินทางในห้องโดยสาร (Cabin) ด้วยกระเป๋าแบบนุ่ม จะอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐค่ะ การเตรียมเอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นหัวใจสำคัญเลยค่ะ ถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกตอนถึงไต้หวันกันนะคะ 📸

🗺️ กักกันสัตว์เลี้ยงที่ไต้หวัน จำเป็นหรือไม่?

เรื่องการกักกันสัตว์เลี้ยงเป็นประเด็นที่หลายคนกังวลใจค่ะ จากข้อมูลที่ได้มา และจากการพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่เคยพาน้องหมาน้องแมวไปไต้หวันก่อนเดือนมีนาคม 2024 ส่วนใหญ่จะต้องมีการกักกันสัตว์เลี้ยงเป็นเวลา 7 วันค่ะ โดยเฉพาะน้องแมวที่อายุเยอะหน่อยอาจจะปรับตัวลำบากหน่อยนะคะ อาจจะเครียดและซึมเศร้าได้เหมือนที่เพื่อนเจอมาเลยค่ะ ส่วนน้องหมาบางตัวก็อาจจะมองว่าเป็นการพักผ่อนยาวๆ แต่ก็อาจจะน้ำหนักลดลงเพราะไม่ค่อยชอบอาหารที่จัดเตรียมให้ค่ะ 😥 อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีค่ะ! มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการกักกันสัตว์เลี้ยงไปเมื่อเดือนมีนาคม 2024 แล้วค่ะ โดยหากเราเริ่มกระบวนการตรวจ Titer Test ล่วงหน้าประมาณ 6 เดือนก่อนเดินทาง เราอาจจะสามารถ ‘ยกเว้น’ การกักกันสัตว์เลี้ยงได้ค่ะ! 🎉 ซึ่งเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับคนรักสัตว์ ที่อยากให้น้องๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เร็วที่สุดค่ะ การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ ยิ่งเตรียมตัวเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสมากเท่านั้นที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องการกักกันค่ะ

📝 มีทางเลือกอื่นในการพาน้องหมาน้องแมวเข้าไต้หวันไหม?

สำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องความยุ่งยากของเอกสาร หรือระยะเวลาในการเตรียมตัวที่ค่อนข้างนาน อาจจะกำลังมองหาทางเลือกอื่นอยู่ใช่ไหมคะ? จริงๆ แล้ว ทางไต้หวันเองก็มีความพยายามในการปรับปรุงกฎระเบียบให้การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศง่ายขึ้นค่ะ มีการพูดคุยกับสายการบินต่างๆ เพื่อให้น้องๆ สามารถเดินทางในห้องโดยสารได้สะดวกขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ! ✈️ การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ เพื่อให้เรามีเวลาเพียงพอในการดำเนินการเอกสารต่างๆ อย่างรอบคอบ และทำ Titer Test ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการกักกันค่ะ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในฝั่งอเมริกา (APHIS) และไต้หวัน (APHIA) เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะบางครั้งข้อมูลในเว็บไซต์อาจจะยังไม่อัปเดต หรือมีความสับสนในฟอร์มเอกสารต่างๆ การโทรศัพท์สอบถาม หรือให้สัตวแพทย์ช่วยประสานงานจะช่วยลดความผิดพลาดได้มากค่ะ ฟีลเหมือนเรากำลังช่วยกันผลักดันเพื่อให้การเดินทางของน้องๆ สะดวกสบายขึ้นค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ! ❤️

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการพาน้องหมาน้องแมวไปไต้หวัน?

ต้องเตรียมไมโครชิป, ใบรับรองฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า, ผล Titer Test, ใบอนุญาตนำเข้า, และ Health Certificate ค่ะ

Q2. การตรวจ Titer Test สำคัญอย่างไร?

เป็นผลการตรวจเลือดที่ยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงมีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าเพียงพอ และใช้ยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าค่ะ

Q3. สามารถหลีกเลี่ยงการกักกันสัตว์เลี้ยงที่ไต้หวันได้หรือไม่?

ได้ค่ะ หากเริ่มตรวจ Titer Test ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนก่อนเดินทางตามกฎหมายใหม่

yadonavi.com – บล็อกข้อมูลท่องเที่ยวทั่วโลก