2026-06-30 · ข้อมูลท่องเที่ยว
เที่ยวญี่ปุ่น 6.5 พันเหรียญ ฉบับคนพาลูกเที่ยว งบไปเองสบายมาก
แจกทริปเที่ยวญี่ปุ่น 12 วัน 6.5 พันเหรียญ ฉบับคนพาลูกเที่ยว พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายและแผนเที่ยวละเอียดสุดๆ คนท้องถิ่นแนะนำ อ่านเลย
◆ เตรียมตัวก่อนไปญี่ปุ่น: เช็คลิสต์ฉบับมือใหม่พาลูกเที่ยว
สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม 12 วัน 11 คืน แบบที่ว่าเราก็แอบกังวลก่อนไปว่าจะมีปัญหากับน้องเล็กที่บ้านมั้ย แต่วันจริงคือสบายมากกก! สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 6,500 USD (รวมทุกอย่างแล้วนะ) แบ่งเป็นค่าจองล่วงหน้าประมาณ 4,500 USD และใช้จ่ายระหว่างวันอีกประมาณ 1,500 USD ส่วนเงินสดที่พกไป 500 USD ก็หมดไปกับการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ หรือจ่ายตามร้านที่รับแต่เงินสด ซึ่งจริงๆ ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่ แอบเสียดายที่จำไม่ได้ว่าซื้ออะไรไปบ้าง 😂 สำหรับการเดินทางครั้งนี้ เราใช้บัตรเครดิต Amex Platinum เป็นหลักเลย แทบจะทุกที่เลยยกเว้นแค่ร้านเดียวที่เค้าไม่รับ เลยต้องสลับไปใช้ Chase Amazon Prime แทน ส่วนการกดเงินสด เราใช้วิธีไปกดที่ตู้ ATM ของ 7-Eleven ที่ญี่ปุ่นด้วยบัตรเดบิต Charles Schwab ซึ่งดีมากตรงที่ไม่มีค่าธรรมเนียม ATM เลย แล้วเค้าคืนเงินให้เราด้วย ดีงามสุดๆ!
เรื่องโรงแรม เราจองล่วงหน้าตั้งแต่ช่วง Black Friday ของปีที่แล้ว (ต้นปี 2024) เพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด ที่เลือกพัก 3 ที่ เพราะอยากได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เริ่มจาก 2 คืนแรกที่ Asakusa Tokyo ที่ Onyado Nono Asakusa Natural Hot Springs เป็นห้อง Queen Bed ราคาประมาณ 338.38 USD ต่อ 2 คืน ต่อมา 5 คืนที่ Kyoto ตรงกลางเมืองเลย ที่ Mitsui Garden Hotel Kyoto ห้อง Twin Bed ซึ่งเราเลือกห้อง Twin เพราะอยากได้พื้นที่เยอะหน่อยสำหรับคุณลูก ราคาประมาณ 808.09 USD สำหรับ 5 คืน และปิดท้าย 4 คืนสุดท้ายที่ Shinjuku Tokyo ที่ Onsen Ryokan Yuen Shinjuku ห้อง Twin Bed เช่นกัน ราคาประมาณ 561.98 USD สำหรับ 4 คืน ที่เลือกโรงแรมเหล่านี้เพราะทุกที่มีออนเซ็น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เราอยากให้ลูกได้ลองมากๆ เลยยอมจ่ายเพิ่มนิดหน่อยค่ะ 😊
◆ ค่าตั๋วเครื่องบินและ Shinkansen: จองยังไงให้คุ้ม?
มาถึงเรื่องตั๋วเครื่องบินกันบ้าง! เราจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ANA เส้นทาง Seattle ไป Tokyo (HND) ในราคาประมาณ 1,812.42 USD สำหรับ 2 คน เป็นตั๋ว Basic Economy ที่ได้โหลดกระเป๋าได้ 1 ใบ และถือขึ้นเครื่องได้อีก 1 ใบ เราจองผ่าน AMEX Travel ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อใช้สิทธิ์เลือกที่นั่งฟรี ดีงามมากๆ เลยค่ะ ✈️ ส่วนเรื่องการเดินทางระหว่างเมือง เราเลือกใช้ Shinkansen เป็นหลักเลยสำหรับเส้นทาง Tokyo – Kyoto และ Kyoto – Tokyo ซึ่งเราจองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอป SmartEX ไม่ได้ไปจองที่เคาน์เตอร์นะ เพราะเห็นคนอื่นรีวิวว่าข้างในรถไฟคนแน่นมาก ถึงแม้จะจองล่วงหน้าไปเป็นสัปดาห์แล้ว ที่นั่งดีๆ ก็เต็มไวมากจริงๆ เราเลยแฮปปี้มากที่จองออนไลน์ไปก่อน! ที่สำคัญคือเราสามารถผูกบัตร Suica กับ Apple Wallet แล้วแตะเข้า-ออกได้เลย สะดวกสุดๆ เท่าที่รู้มีแค่ SmartEX ที่ทำได้นะ ส่วน Klook เราก็เช็คแล้ว ราคาแพงกว่า SmartEX อีกค่ะ! 🚄
นอกจากนี้ เรายังซื้อ Kansai-Hiroshima Area Pass แบบ 2 วัน ในราคาประมาณ 223.76 USD สำหรับ 2 คน อันนี้เราก็จองที่นั่งล่วงหน้าไปก่อน แล้วค่อยไปรับตั๋วพร้อมพาสที่สถานี Kyoto การจองล่วงหน้าแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาและทำให้การเดินทางของเราราบรื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่งั้นอาจจะต้องมายืนต่อคิวยาวๆ หรือพลาดที่นั่งดีๆ ไปแน่นอน 😊
◆ แผนเที่ยวฉบับละเอียด: ไปไหนบ้างใน 12 วัน?
สำหรับแผนการเที่ยวของเรา 12 วันในญี่ปุ่นครั้งนี้ บอกเลยว่าจัดเต็มทุกวัน! วันแรกของการเดินทางคือวันที่ 9 หรือ 10 มีนาคม (เนื่องจากบินข้ามวัน) เราบินจาก Seattle มาถึง Tokyo ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วตรงเข้าที่พักที่ Asakusa เลย วันแรกนี้เราก็เน้นเดินเล่นแถวที่พัก หาของกินอร่อยๆ ชมบรรยากาศยามเย็นของย่านเมืองเก่าค่ะ 🏮 วันที่สองก็เที่ยวเต็มที่ใน Tokyo เก็บแลนด์มาร์คสำคัญๆ เช่น วัดเซ็นโซจิ, Tokyo Skytree, ย่าน Ueno ซึ่งมีสวนสาธารณะให้ลูกวิ่งเล่นได้สบายๆ แล้วก็ช้อปปิ้งของฝากที่ Ameya Yokocho วันที่สามเราก็เดินทางไป Kyoto ด้วย Shinkansen ใช้เวลาไม่นานมาก พอถึง Kyoto เราก็เช็คอินเข้าที่พักแถวใจกลางเมือง แล้วก็เริ่มตะลุยมรดกโลกอย่างวัดคิโยมิสึเดระ (วัดน้ำใส) ชมวิวเมือง Kyoto แบบพาโนรามา แล้วก็เดินเล่นย่าน Gion สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าที่อาจจะได้เจอเกอิชาเดินผ่านไปมา 😍
วันที่สี่ใน Kyoto เราไป Arashiyama นั่งรถไฟสายโรแมนติก ชมป่าไผ่ที่สวยงามมากๆ และไปให้อาหารน้องกวางที่ Nara Park ซึ่งลูกๆ น่าจะชอบมาก วันที่ห้า เราไป Osaka เต็มวัน! ไปเดินเล่นที่ Dotonbori ถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะ กินทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ อร่อยจนลืมอ้วน! 🐙 วันที่หก เราเดินทางกลับ Tokyo ด้วย Shinkansen รอบบ่าย พอถึง Tokyo ก็เข้าที่พักที่ Shinjuku แล้วก็ไปเดินเล่นชมวิวเมืองโตเกียวแบบ 360 องศาที่ Tokyo Metropolitan Government Building ฟรี! วิวสวยมากจริงๆ ค่ะ
วันที่เจ็ดถึงสิบ เราก็เก็บตกที่เที่ยวใน Tokyo ที่ยังไม่ได้ไป เช่น Shibuya Sky ชมวิวเมืองแบบสุดปัง, Harajuku เดินดูแฟชั่นวัยรุ่นสุดจี๊ด, Akihabara แหล่งรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอนิเมะ, TeamLab Borderless หรือ Planets ที่ต้องจองล่วงหน้า เพราะสวยงามอลังการมาก แล้วก็มีสวนสนุก Sanrio Puroland สำหรับคนรักตัวการ์ตูน Sanrio 💖 วันที่สิบเอ็ด เราก็ช้อปปิ้งของฝากเพิ่มเติม เก็บตกที่ที่อยากไปอีกครั้ง แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ วันที่สิบสองก็เดินทางกลับ Seattle โดยสวัสดิภาพค่ะ
◆ เรื่องน่ารู้: การเดินทางในญี่ปุ่นด้วยตัวเอง (ฉบับง่ายๆ)
สำหรับใครที่กังวลเรื่องการเดินทางในญี่ปุ่นครั้งแรก ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ! ระบบขนส่งสาธารณะเค้าดีมากๆ สะดวกสบายสุดๆ โดยเฉพาะที่โตเกียวและโอซาก้า มีทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟ JR ที่ครอบคลุมทั่วเมือง การเดินทางด้วย Shinkansen ระหว่างเมืองก็ง่ายมากอย่างที่เล่าไปตอนต้น เราสามารถซื้อตั๋วผ่านแอป SmartEX แล้วแตะเข้า-ออกได้เลย หรือถ้าใครเน้นเที่ยวหลายๆ เมืองในภูมิภาค อาจจะลองพิจารณา JR Pass หรือ Area Pass ต่างๆ ดูนะคะ เช็คเส้นทางและราคาให้ดีก่อนตัดสินใจค่ะ 🚆
ส่วนเรื่องการซื้อซิมการ์ดหรือ Pocket WiFi ก็มีหลายเจ้าให้เลือก เราแนะนำให้จองล่วงหน้าจากไทยไปเลย จะได้ราคาถูกกว่าและสะดวกกว่าตอนไปถึงญี่ปุ่นค่ะ หรือจะมาซื้อที่สนามบินก็ได้ แต่ราคาก็อาจจะสูงกว่าหน่อย การมีอินเทอร์เน็ตสำคัญมากสำหรับการเดินทาง เพราะเราต้องใช้ Google Maps ในการเดินทางตลอดเวลา แถมยังเอาไว้เช็คข้อมูลร้านอาหาร หรือแปลภาษาตอนสั่งอาหารได้ด้วยค่ะ 📱
ภาษาอังกฤษอาจจะไม่ได้ใช้ได้ทุกที่ แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เค้าก็พยายามสื่อสารกับเรานะ ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ ก็ใช้แอปแปลภาษาช่วยได้ หรือจะลองจำคำศัพท์ง่ายๆ ติดตัวไปบ้างก็ดีค่ะ เช่น Sumimasen (ขอโทษค่ะ/ขอทางค่ะ), Arigato (ขอบคุณ), Konnichiwa (สวัสดี) แค่นี้ก็ช่วยให้การเดินทางของเราง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะสื่อสารไม่ได้นะคะ 😊
◆ สรุปค่าใช้จ่าย: ทริปญี่ปุ่น 12 วัน ต้องเตรียมงบเท่าไหร่?
มาถึงเรื่องสำคัญที่หลายคนอยากรู้! สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการเดินทาง 12 วัน 11 คืนของเราอยู่ที่ประมาณ 6,500 USD ซึ่งถ้าหารเฉลี่ยต่อวันก็ประมาณวันละ 500-600 USD ค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่าเดินทางภายในประเทศ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ค่าอาหาร และค่าช้อปปิ้งส่วนตัวด้วยนะคะ
ค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็จะมาจาก:
* **ตั๋วเครื่องบิน:** ประมาณ 1,812 USD
* **โรงแรม:** รวม 3 ที่ ประมาณ 1,762 USD (เฉลี่ยคืนละประมาณ 160 USD)
* **Shinkansen และ Pass เดินทาง:** ประมาณ 600 USD
* **ค่าใช้จ่ายระหว่างวัน (อาหาร, ช้อปปิ้ง, ค่าเข้าชม):** ประมาณ 2,326 USD (หารเฉลี่ยต่อวันประมาณ 194 USD)
เราเน้นจองทุกอย่างล่วงหน้า โดยเฉพาะโรงแรมและตั๋วเครื่องบินในช่วงที่มีโปรโมชั่น เพื่อควบคุมงบประมาณให้ได้มากที่สุด ส่วนค่าใช้จ่ายระหว่างวัน เราไม่ได้ตั้งงบตายตัวเป๊ะๆ แต่ก็พยายามเลือกทานอาหารและซื้อของที่คุ้มค่าค่ะ อย่างที่บอกว่าเราใช้บัตรเครดิตเป็นหลัก ทำให้สะดวกในการรูดซื้อของและสะสมแต้ม แต่ก็มีพกเงินสดติดตัวไว้บ้างสำหรับร้านเล็กๆ หรือค่าเดินทางบางอย่างค่ะ การมีแผนการเงินที่ดีและการจองล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและสนุกสนานค่ะ! 👍
คำถามที่พบบ่อย
Q1. เดินทางไปญี่ปุ่นช่วงเดือนมีนาคม อากาศเป็นยังไง?
ช่วงมีนาคมเป็นช่วงใบไม้ผลิ อากาศกำลังสบาย ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป เหมาะกับการท่องเที่ยวค่ะ
Q2. ต้องแลกเงินเยนไปเยอะไหม? ใช้บัตรเครดิตได้ทุกที่หรือเปล่า?
ส่วนใหญ่ร้านค้าใหญ่ๆ รับบัตรเครดิต แต่ร้านเล็กๆ หรือร้านอาหารบางแห่งอาจรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้างค่ะ
Q3. การเดินทางด้วย Shinkansen หรือรถไฟในญี่ปุ่นยากไหม?
ไม่ยากเลยค่ะ ระบบรถไฟญี่ปุ่นดีมาก มีป้ายบอกทางชัดเจน สามารถใช้แอปพลิเคชันช่วยนำทางได้ค่ะ